ตอบทุกข้อสงสัย “ณพ ณรงค์เดช” เกี่ยวกับ “วินด์ เอนเนอร์ยี่”

เรื่องราวของ “วินด์ เอนเนอร์ยี่” ถือเป็นหนึ่งในมหากาพย์ของตลาดหุ้นไทยที่มีความซับซ้อนของเรื่องราวความขัดแย้งและตัวละครจำนวนมากซึ่งต่างออกมาพูดในมุมของตัวเอง

Biz Connext ได้รวบรวมทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องราวของ วินด์ เอนเนอร์ยี่ รวมถึงคำตอบของผู้ที่เป็นผู้บริหารในปัจจุบันอย่าง “ณพ ณรงค์เดช” ประธานกรรมการบริหาร วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจไว้ดังนี้

ทำไมถึงยังเข้าตลาดหุ้นไม่ได้และยังจะทำไอพีโอไหม

บริษัทฯมีความตั้งใจในการนำหุ้นเข้าจดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชนมาตั้งแต่แรกและยังไม่เปลี่ยนแนวความคิด ที่ผ่านมาได้มีการจัดโครงสร้างภายในบริษัทให้ตรงกับเกณฑ์ของการเป็น Holding Company เนื่องจากสองโครงการแรกที่ได้ทำ COD ไปก่อนไม่ผ่านเกณฑ์ในการนำเข้าตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากวินด์ฯถือหุ้นไม่ถึง 51% 

แต่ 5 โครงการที่สร้างขึ้นใหม่ในยุคหลังที่ณพ ณรงค์เดชเข้ามาบริหารผ่านเกณฑ์ดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อย ล่าสุดบริษัทฯได้เดินหน้าที่จะดำเนินการนำบริษัททำไอพีโอตามกฎเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแล

คดีความที่ติดตัว ณพ ณรงค์เดช ในตอนนี้ส่งผลต่อกระบวนการไอพีโอหรือไม่

คดีที่ติดตัวณพ ณรงค์เดชอยู่ในขณะนี้แบ่งออกเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวณรงค์เดชและคดีที่นพพร ศุภพิพัฒน์ อดีตผู้ถือหุ้นได้ฟ้องร้องขอให้การซื้อขายหุ้นวินด์ฯระหว่างกันเป็นโมฆะ ซึ่งทั้งสองคดีมีทั้งที่ตัดสินเป็นที่สิ้นสุดแล้วในต่างประเทศและยังอยู่ในขั้นตอนของศาลไทย

อย่างไรก็ตามทั้งสองคดีถือเป็นประเด็นส่วนตัวของ “ณพ ณรงค์เดช” เท่านั้นไม่ใช่การฟ้องไปที่บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ แต่อย่างไรจึงไม่ได้ส่งผลกระทบต่อกระบวนการนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

คดีที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวมีความคืบหน้าอย่างไร

ประเด็นที่ “ครอบครัวณรงค์เดช” กล่าวหาว่าณพ ณรงค์เดช นำเงินของครอบครัวไปลงทุนในวินด์ เอนเนอร์ยี่ เจ้าตัวได้ปฎิเสธว่าไม่เป็นความจริง โดยได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากสถาบันการเงินเป็นแหล่งเงินทุนและเป็นผู้ดำเนินการดังกล่าวด้วยตัวคนเดียวไม่เกี่ยวกับเงินกงสีของครอบครัว

ส่วนประเด็นทีใช้ฟ้องร้องกันคือเรื่องการปลอมลายเซ็นต์ “ดร.เกษม ณรงค์เดช” ผู้เป็นพ่อเพื่อใช้ในการโอนหุ้นซื้อกิจการวินด์ เอนเนอร์ยี่ ศาลของเขตปกครองพิเศษฮ่องกงได้ตัดสินแล้วว่า ไม่มีมูลเหตุโดยดร.เกษม ได้ยอมรับกับศาลว่าเป็นลายเซ็นต์ของตัวเองไม่ได้เกิดการปลอมแปลง 

ทั้งนี้คดีดังกล่าวในประเทศไทย ศาลชั้นต้นได้ยกฟ้องไปแล้ว ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของศาลอุทธรณ์ที่ยังไม่มีคำตัดสินออกมา

WEH

คดีที่เกี่ยวกับ “นพพร ศุภพิพัฒน์” มีความคืบหน้าอย่างไร

ณพ ณรงค์เดช ได้ทำการซื้อหุ้นบริษัท REC ซึ่งถือหุ้นในบริษัทวินด์ เอนเนอร์ยี่ ในช่วงกลางปี 2015 เนื่องจาก นพพร ศุภพิพัฒน์ ผู้ถือหุ้นเดิมถูกฟ้องในคดีมาตรา 112 ทำให้ไม่สามารถขับเคลื่อนบริษัทวินด์เอ็นเนอยีต่อไปได้ โดยทำการโอนหุ้นให้ก่อนที่จะทำการชำระเงิน ซึ่งณพ ณรงค์เดช ได้ทำการชำระค่าหุ้นไปเรียบร้อยแล้วจำนวน 190 ล้านดอลลาร์

ล่าสุดที่นพพรออกมาตอบโต้และทวงเงินค่าหุ้นวินด์ฯมีคำตอบอย่างไร

ณพ ณรงค์เดช ได้ชี้แจงว่าส่วนที่เป็นค่าหุ้นส่วนแรก 190 ล้านดอลลาร์ ได้ทำการชำระไปเป็นที่เรียบร้อย ทว่าส่วนที่เป็น Bonus Payment 525 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นจำนวนที่นพพรได้แถลงว่าเป็นส่วนที่ยังไม่มีการจ่ายค่าหุ้นนั้น ณพ ณรงค์เดช ระบุว่าหลังจากที่เข้าไปดำเนินกิจการแล้วปรากฎว่าอุปกรณ์ที่มีอยู่ไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้ ตลอดจนสัญญาการใช้ที่ดินซึ่งไม่ตรงกับข้อสัญญา ทำให้บริษัทฯมีต้นทุนในการดำเนินงานเพิ่ม จึงตัดสินใจที่จะไม่ชำระค่าหุ้นในส่วนนี้

ทั้งนี้ นพพร ได้ทำการฟ้องอนุญาโตตุลาการในประเทศสิงคโปร์ให้ยกเลิกสัญญาและต้องคืนหุ้นทั้งหมดให้ แต่ในสัญญาได้ระบุว่าหุ้นจะต้องขายขาดเท่านั้นห้ามทำการคืนหุ้น 

นอกจากนี้ นพพร ยังได้รับเงินค่าหุ้นที่ ณพ ณรงค์เดช ได้ฝากไว้ในบัญชี Escrow ที่ประเทศสิงคโปร์ไปแล้วหลังอนุญาโตตุลาการตัดสินว่าไม่สามารถคืนหุ้นได้ เท่ากับว่าการซื้อขายหุ้นได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว

“ประเดช กิติอิสรานนท์” เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างไร

ประเดช กิติอิสรานนท์ เป็นผู้ถือหุ้นของวินด์ เอนเนอร์ยี่ มาตั้งแต่ต้นร่วมกับนพพร ศุภพิพัฒน์โดยถือหุ้นรวมทั้งในชื่อตัวเองและบริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) สัดส่วนประมาณ 38% ปัจจุบันยังคงเป็นผู้ถือหุ้นและได้ส่งบุตรชายและบุตรสาวเข้าไปนั่งเป็นกรรมการในบริษัทฯ

เท่ากับว่าวินด์ เอนเนอร์ยี่ มีกลุ่มผู้ถือหุ้นหลักสองกลุ่มที่ถือหุ้นในสัดส่วนใกล้เคียงกันก็คือณพ ณรงค์เดชและกลุ่มของประเดช กิติอิสรานนท์ ที่เหลือคือกลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อยประมาณ 200 คน

ประเดช ได้ใช้สิทธิการเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นขอประชุมผู้ถือหุ้นวาระพิเศษหรือ EGM โดยมีประเด็นหลักในการขอเปลี่ยนแปลงตำแหน่งบริหารของณพ ณรงค์เดช รวมถึงให้ชี้แจงถึงการบริหารงานในช่วงที่ผ่านมา โดยจะมีการประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 10 กันยายน 2563 นี้

อย่างไรก็ตาม ประเดช กิติอิสรานนท์ มีประวัติการเทขายหุ้น SUPER ซึ่งดำเนินธุรกิจพลังงานทดแทนเช่นกันจนทำให้ราคาหุ้นร่วงอย่างรุนแรงเป็นข่าวดังในวงการตลาดหุ้นมาก่อนหน้านี้

ผลประกอบการวินด์เอ็นเนอยีเป็นอย่างไรบ้าง

ผลประกอบการของวินด์ เอนเนอร์ยี่ ตั้งแต่วันแรกที่ณพ ณรงค์เดช เข้ามานั่งบริหารสามารถทำให้กิจการสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากเวบไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่าปี 2561 มีรายได้รวม 1,623.94 ล้านบาท กำไรสุทธิ 954.35 ล้านบาท สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 10,000 ล้านบาท 

โดยรายได้และกำไรของบริษัทเติบโตอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2559 ที่ยังมีรายได้เพียง 794.78 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 246.32 ล้านบาท

ปี 2562 บริษัทฯ มีรายได้รวม 12,000 ล้านบาทและมีกำไรสุทธิถึง 5,875 ล้านบาท เจ้าตัวได้ยินยันว่าคดีความต่างๆไม่ได้ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของบริษัทเลย

หมายเหตุ : คำตอบดังกล่าวเรียบเรียงมาจากการสัมภาษณ์พิเศษรวมถึงนำมาจากการบอกกล่าวของณพ ณรงค์เดช ในการแถลงข่าวและพบปะกับสื่อมวลชนในช่วงเดือนสิงหาคม 2563 

Check out our latest

Stories